อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนสำคัญกับผมมากกว่าอัตราชนะ จบเลย
เทรดเดอร์ที่ชนะแค่ 40% ของเวลาแต่ใช้ R:R 1:3 จะทำกำไรได้มากกว่าคนที่อัตราชนะ 80% แต่ใช้แค่ 1:1 คณิตศาสตร์ไม่เคยโกหก
Risk-Reward Ratio คืออะไร?
พูดง่ายๆ ก็คือคุณเสี่ยงบางอย่างเพื่อหวังผลตอบแทน อัตราส่วน 1:2 หมายถึงคุณเสี่ยง $1 เพื่อหวังได้ $2 ส่วน 1:3? เสี่ยง $1 เพื่อหวังได้ $3
สูตร: R:R = กำไรที่คาดหวัง ÷ ขาดทุนที่คาดหวัง
Stop loss 20 pips, take profit 60 — นั่นคือ 1:3 คุณเสี่ยง 1 เพื่อหวังได้ 3
กฎเหล็กของผม: ห้ามต่ำกว่า 1:2
ผมจะไม่แตะทองคำเด็ดขาดถ้าไม่เห็นโอกาสอย่างน้อย 1:2 นี่ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไปนะ — ผมยึดมั่นแบบนี้มาหลายปีแล้ว และนี่คือเหตุผล
ถึงแม้จะมีอัตราชนะแค่ 40% การใช้ 1:2 ก็ยังทำให้คุณมีกำไร ลองดูจาก 100 เทรด:
- ชนะ 40 ครั้ง × 2 หน่วยกำไร = 80 หน่วย
- แพ้ 60 ครั้ง × 1 หน่วยขาดทุน = 60 หน่วย
- สุทธิ: +20 หน่วย
ถ้าใช้ 1:1 คุณต้องชนะ 50% แค่เพื่อเท่าทุน แต่ถ้าใช้ 1:3 แค่ชนะ 25% ก็พอแล้ว R:R ที่สูงขึ้นทำให้คุณมีพื้นที่ให้พลาดได้ — และเชื่อผมเถอะ ในทองคำ คุณจะพลาดบ่อยกว่าที่คิด
วิธีที่ผมตั้ง Take Profit
ผมใช้สองแนวทางสำหรับทองคำ:
- ระดับสำคัญ: จุดสูง/ต่ำของวันก่อนหน้า, จุดหมุนรายสัปดาห์, Fibonacci extensions
- ตาม ATR: ใช้ 1× ถึง 2× ของ ATR 14 ช่วงปัจจุบันเป็นเป้าหมาย
ผมตรวจสอบ R:R ก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง ถ้าระยะทางถึงเป้าหมายไม่มากกว่าระยะทางถึง stop อย่างน้อยสองเท่า ผมก็ข้ามไปเลย จบ
R:R ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
ทองคำมีแนวโน้มดีที่สุดในช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก ในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ผมมักจะได้ R:R 1:3 หรือดีกว่า แต่ถ้าตลาดผันผวนและไร้ทิศทาง ผมจะลดลงมาเป็น 1:2
ความผิดพลาดใหญ่ที่สุดที่ผมเห็นเทรดเดอร์ใหม่ทำ? การพยายามบังคับใช้ R:R สูงเกินไปตอนที่ตลาดติดอยู่ในกรอบ ทองคำเด้งระหว่าง $2,350 และ $2,370 อยู่แบบนั้น? การตั้งเป้า 1:5 หมายถึงเป้าหมายของคุณอยู่นอกกรอบ — คุณจะไม่ได้ fill คำสั่งแน่ๆ
จับคู่ R:R ของคุณกับสิ่งที่ตลาดให้มา อย่าฝืนเด็ดขาด