มาร์จิ้นนี่แหละที่ทำให้เทรดเดอร์ทองสะดุดกันเยอะที่สุด ไม่ใช่เรื่องอื่นเลย
ผมเห็นคนเล่นทองกันมาเยอะ ปฏิบัติกับมาร์จิ้นเหมือนมันเป็นค่าธรรมเนียม ไม่สนใจจนกว่าจะโดนเรียกมาร์จิ้น แล้วก็พังพอร์ตกันไปทีละคนสองคน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริง ๆ
เอาล่ะ ผมจะเล่าให้ฟังว่ามันทำงานยังไงสำหรับ XAUUSD
มาร์จิ้นคืออะไร?
มาร์จิ้นไม่ใช่ต้นทุนนะครับ มันคือเงินประกันที่โบรกเกอร์ถือไว้ตอนที่ออเดอร์คุณเปิดอยู่ พอปิดออเดอร์ เงินก็กลับมาเข้าพอร์ตทันที
คิดง่าย ๆ เหมือนเงินมัดจำห้องโรงแรม — เขาถือไว้เผื่อคุณทำห้องพัง แล้วคุณได้คืนเมื่อเช็คเอาท์
วิธีคำนวณมาร์จิ้นสำหรับทองคำ
สามปัจจัยที่กำหนดมาร์จิ้นของคุณ: ขนาดออเดอร์ ราคาทองคำปัจจุบัน และเลเวอเรจของโบรกเกอร์
สูตรมันง่ายนิดเดียว: มาร์จิ้น = (ขนาดล็อต × ขนาดสัญญา × ราคาปัจจุบัน) ÷ เลเวอเรจ
สมมติทองคำอยู่ที่ $2,350 คุณใช้เลเวอเรจ 1:20 กับสัญญา 100 ออนซ์:
- 1.00 ล็อต: (1 × 100 × $2,350) ÷ 20 = $11,750 มาร์จิ้น
- 0.50 ล็อต: (0.5 × 100 × $2,350) ÷ 20 = $5,875 มาร์จิ้น
- 0.10 ล็อต: (0.1 × 100 × $2,350) ÷ 20 = $1,175 มาร์จิ้น
แล้วถ้าใช้เลเวอเรจ 1:100 จากโบรกเกอร์นอกประเทศล่ะ?
- 1.00 ล็อต: (1 × 100 × $2,350) ÷ 100 = $2,350 มาร์จิ้น
เลเวอเรจสูงหมายถึงมาร์จิ้นต่ำ — แต่ทุก pip จะกระทบพอร์ตคุณหนักขึ้น十倍
ระดับมาร์จิ้น: ตัวเลขเดียวที่สำคัญที่สุด
ระดับมาร์จิ้นของคุณ: (Equity ÷ Used Margin) × 100%
ถ้าคุณมี Equity $10,000 และใช้มาร์จิ้น $2,000 นั่นคือ 500% โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เริ่มเตือนคุณเมื่อมันต่ำกว่า 100%
ผมเองรักษาระดับมาร์จิ้นให้สูงกว่า 500% ตลอดเวลา แปลว่าผมไม่เคยใช้มาร์จิ้นเกิน 20% ของพอร์ต มันช่วยชีวิตผมไว้มากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงที่เทรดติดลบ เชื่อผมเถอะ
วิธีที่ผมจัดการมาร์จิ้นจริง ๆ
- คำนวณมาร์จิ้นก่อนเข้าเทรด — ผมทำพร้อมกับคำนวณขนาดออเดอร์ ไม่ใช่ทีหลังเด็ดขาด
- จับตาออเดอร์ที่สัมพันธ์กัน — การเทรด XAUUSD หลายออเดอร์กินมาร์จิ้นจากกองเดียวกัน ระวังให้ดี
- ติดตามในช่วงข่าวสำคัญ — ทองคำปั่นป่วนมากในช่วง NFP, FOMC และ CPI ผมเคยเจอมาแล้ว
- เว้นพื้นที่สำรองไว้เสมอ — ระดับมาร์จิ้น 1,000% ดูเว่อร์ แต่รอจนกว่าคุณจะเจอการเทรดติดลบ 5 วันติด แล้วจะรู้ว่ามันคุ้ม